เรียนรู้การศึกษาในประเทศอินเดีย

การศึกษาในประเทศอินเดียการศึกษาในประเทศอินเดียอุตสาหกรรมการศึกษาของอินเดียมีบทบาทต่อการปลูกฝังหลักฆารวาสนิยม (Secularism) และหลักประชาธิปไตย ซึ่งจะมีการประกอบด้วยความเข้าใจ ในสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของมนุษย์ (Egalitarianism)  และรวมถึงการยึดมั่นในความยุติธรรม ทัศนคติดังกล่าวทำให้ระบบการศึกษาของอินเดียนั้นได้รับการสนับสนุนจากรับบาลของอินเดียเพื่อที่จะต้องการให้อินเดียมีทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพทัดเทียมกับบุคลากรในประเทศอื่นๆ เพราะเหตุนี้อินเดียจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีเครือข่ายการศึกษาใหญ่ที่สุดในโลก     หลักสูตรการศึกษาในประเทศอินเดีย หลักสูตรของระบบการศึกษาในประเทศอินเดียนั้น จะขอแบ่งออกเป็น 3 หลักสูตร ด้วยกัน ได้แก่ จะเป็นหลักสูตรโดยสภาที่วัดผลการศึกษาภายในโรงเรียน (CISCE) โดยหลักสูตร CISCE นี้ จะมีการเริ่มมีการเรียนตั้งแต่เกรด 5 และจะมีการให้นักเรียนนั้นได้มีโอกาสเลือกสายวิชาที่จะเรียนได้ในเกรด 9 ซึ่งเร็วกว่าหลักสูตรอื่น จุดเด่นของหลักสูตรนี้ คือจะมีภาคการเรียนและการสอนที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ทำให้เด็กที่เรียนในหลักสูตรนี้จะมีทักษะในภาษาอังกฤษที่ดี และพร้อมสำหรับการสอบ TOEFL หรือ IELT เพื่อที่จะมีโอกาสได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศเป็นหลักสูตรที่มีโอกาสที่นักเรียนจะสามารถไปเรียนต่อในต่างประเทศมากกว่าหลักสูตรอื่น 2.หลักสูตรโดยคณะกรรมการกลางมัธยมศึกษา (CBSE) สำหรับในหลักสูตรนี้นั้นจัดเป็นหลักสูตรที่ใช้กันทั่วไปในระบบการศึกษาของประเทศอินเดีย เนื่องจากถูกควบคุมโดยคณะกรรมการกลางมัธยมศึกษา เป็นหลักสูตรที่เน้นในการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก …

ศึกษาการสอบจอหงวนกันเถอะ

จอหงวน คืออะไร แฟนภาพยนต์ หรือ ละครจีน หลายท่านคงเคยได้ยิน การสอบจอหงวน   ถ้าจะให้เข้าใจแบบประเทศไทยบ้านเรา มันคือระบบการสอบคัดเลือกขุนนาง การสอบแบบนี้นั้นจะใช้ในสมัยที่ประเทสจีนนั้นยังคงมีกษัตริย์ปกครองอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าในสมัยนี้ไม่มีแล้ว จริงๆแล้ว คำว่า “จอหงวน “ นั้นคือ ตำแหน่งของผู้ที่ได้คะแนนสอบสูงที่สุด เข้าใจกันว่าในภาษไทยบ้านเรานั้นเรียกเลียนเสียงมาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “จ่อง้วง” เลยเรียกกันเพี้ยนเสียงมาเป็น “จอหงวน” นั้นเอง ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าในท้องพระโรงของพระราชวังต้องห้ามจะมีประติมากรรมชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปของเต่ามังกร คนที่สอบจอหงวนได้เป็นอันดับหนึ่งนั้น จะถูกให้ยืนเฝ้าฮ่องเต้หน้ารูปเต่ามังกร จึงเกิดเป็นสำนวนที่ว่า “ยืนหัวเต่ามังกร” ซึ่งจะสื่อถึงคุณลักษณะของคนที่เก่งเป็นอันดับ 1 นั้นเอง ปัจจุบันสำนวนนี้ ได้ถูกเอามาสื่อความหมายไปถึงคนที่เป็นหัวกระทิในสาขาวิชานั้นๆอีกด้วย เปรียบเป็นสิ่งของหรือสินค้าอันดับ 1 ซึ่งไม่มีใครสามารถเทียบได้  เช่นเดียวกับคนที่สอบขุนนางได้อันดับหนึ่งอย่างตำแหน่ง จอหงวน นั้นเอง ในการสอบจอหงวนนั้น …

มาดูการศึกษาในอิตาลี เป็นอย่างไรมาดูกัน

เกี่ยวกับ หัวข้อ การศึกษาในอิตาลี เป็นอย่างไรมาดูกัน   การศึกษาในปรเทศอิตาลีนั้นถือว่าเป็นสิ่วงที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก  เพราะประเทศอิตาลีนั้นถือว่าเป็นอีหนึ่งประเทสที่มีความเจริยทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก นับได้ว่าเป็นประเทศที่สถาบันการเรียนนั้นมีคุณภาพที่สูงและเป็นผู้นำด้านการศึกษาอย่างแท้จริงเลยทีเดียว   ประเทศอิตาลีนั้นจัดเป็นอีกหนึ่งประเทศในทวีปยุโรป ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง นับเป็นประเทศในฝันของใครหลายๆคนเลยทีเดียว ในการที่จะไปเยือนสักครั้งหนึ่ง นอกจากยังจะ มีประวัติศาสตร์  อาคาร รวมไปถึงศิลปะที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์แล้ว วัฒนธรรมต่างๆของประเทศนี้นั้นก็น่าสนใจมากเลยทีเดียว  ซึ่งนั้นเป็นหลากหลายเหตุผลที่ผู้คนหลายๆคนเลือกที่จะไปเรียนต่อที่ประเทศอิตาลีกัน ซึ่งในประเทศนี้นั้นจะมีความแตกต่างจากประเทศอื่นตรงที่ มีนครวาติกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นศูนย์กลาง ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค ตั้งอยู่กลางกรุงโรม โดยถือได้ว่าขึ้นเป็นรัฐอิสระ ไม่ขึ้นกับอิตาลี ข้อดีของการศึกษาในประเทศอิตาลี – มหาวิทยาลัยของประเทศอิตาลีนั้นมีคุณภาพที่สูง ทั้งยังเป็นผู้นำทางด้านการศึกษา – ค่าเล่าเรียนนั้นถูกกว่าถ้าเปรียบเทียบกับการศึกษาต่อในประเทศอื่นๆ เพราะนักศึกษาต่างชาตินั้นจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาเท่ากับนักศึกษาอิตาเลียน – ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเดินทาง นั้นถือว่ามีราคาที่ไม่แพง หากเปรียบเทียบกับประเทศในทวีปยุโรปอื่นๆ …

มาดูระบบการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น ว่าเป็นอย่างไร

หากจะมีประเทศไหนสักแห่งที่เราอยากจะย้ายไป ส่วนตัวยอมรับเลยว่าเติบโตมากับวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านสื่อต่างๆมากมาย เลยอยากจะย้ายไปที่ประเทศญี่ปุ่น เห็นความมีวินัย มีระเบียบ แล้วต้องทึ่งจริงๆ อย่างไรก็ตามการฝึกคนให้ได้อย่างนั้นมันต้องมาจากที่บ้าน และระบบการศึกษาที่โรงเรียนในประเทศญี่ปุ่นด้วย ทีนี้เรามาดูกันว่าหากเราจะย้ายไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น ระบบการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นจะมีหน้าตาอย่างไร เหมือน หรือ แตกต่างจากของไทยตรงไหนบ้าง

มาดูระบบการศึกษาของประเทศอเมริกา ว่าเป็นอย่างไร

ช่วงนี้เทรนด์การไปต่างประเทศมาแรงมาก แน่นอนว่าคนที่มีความสนใจเรื่องนี้มีสองกลุ่ม หนึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานจนถึงทำงานแล้วอยากจะไปตั้งตัวที่ต่างประเทศหลังจากเรียนจบ สองเป็นกลุ่มวัยเรียน วัยรุ่นที่อยากจะไปศึกษาต่อที่นั่นแล้วทำงาน ตั้งรกรากที่นั่นเลย ไม่ว่าเราจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม สิ่งที่ต้องรู้เอาไว้อย่างหนึ่งก็คือระบบการศึกษาของประเทศปลายทางเป็นอย่างไร จะได้ปรับตัวถูก วันนี้เรามาแนะนำระบบการศึกษาของประเทศอเมริกากันว่าเค้าทำกันอย่างไร

หัวข้อ 10 อันดับมหาลัยน่าเรียนที่สุดของไทย ปี 2021

การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นความฝันของใครอีกหลายคนที่อยากจะก้าวไปให้ถึงตรงนั้นให้ได้ แม้ว่าจะต้องพยายามอย่างหนักแค่ไหนก็ตาม ทั้งการอ่านหนังสือ การเตรียมความพร้อม การเลือกสาขาวิชา ฯลฯ ในฝั่งของมหาวิทยาลัยเองก็ต้องปรับตัว พัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อก้าวให้ทันโลก ทันเทคโนโลยีอีกด้วย เรามาดูกันว่า มหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ต้นๆทั้งในและต่างประเทศมีที่ไหนบ้าง จะมีที่เราอยากเข้าด้วยหรือไม่

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คืออะไรมาดูกัน

สังคมโลกในศตวรรษที่ 21 มีความแตกต่างจากในอดีตมาก โลกมีการพัฒนามากขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร สังคม การปกครอง เพราะฉะนั้นการศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ทักษะ ความรู้ นำมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและนำความรู้ที่ได้มาต่อยอด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้ในอนาคต การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมไปอย่างรวดเร็ว การศึกษาจึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากที่สุด โดยลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 นอกจากจะเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานแล้วยังต้องมีทักษะทางด้านการคิดและการสื่อสารรวมถึงทักษะการจัดการสารสนเทศและความสามารถในการเรียนรู้ต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยี ดังนั้นเพื่อให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการใช้ชีวิตจึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนโดยไม่ใช่แค่เป็นการปฏิรูปเพียวครั้งคราว แต่เป็นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ เพื่อตอบนองความต้องการของเยาวชน สังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากผู้เรียนในยุคต่าง ๆ ที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เครื่องมือสื่อสารและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างไม่รู้ตัว โดยส่วนใหญ่ก็จะเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์มากกว่าเรียนรู้ในห้อง โดยจะมีสิ่งที่แตกต่างจากเด็กในยุคสมัยก่อนอย่างมาก เช่น ความรับผิดชอบ การมีวินัยในการเรียน เพราะในปัจจุบันค่อนข้างให้อิสระต่อผู้เรียนมากขึ้นโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ …

integration teaching

วิธีการสอนแบบอุปนัย-นิรนัย คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

ในระหว่างกระบวนการเรียนการสอน จะมีหลักการสอนที่เรียกว่า “อุปนัย” และ “นิรนัย” ทั้งสองวิธีมีข้อได้เปรียบของตัวเอง แต่ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือบทบาทของครู ในห้องเรียนที่มีการสอนแบบนิรนัย ครูจะดำเนินการสอนโดยแนะนำพร้อมอธิบายแนวคิดแก่นักเรียน แล้วคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถเข้าใจได้ด้วยตนเองเพื่อ วิธีนี้เป็นการสอนที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ครู ในขณะที่การสอนแบบอุปนัยมีจุดศูนย์กลางคือนักเรียน โดยใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ที่เรียกว่า “การสังเกต” ลองมาดูความแตกต่างระหว่างการสอนแบบอุปนัยและแบบนิรนัยอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้ว่ามันสามารถนำไปปรับใช้ในห้องเรียนได้อย่างไร

integration teaching

วิธีการสอนแบบบูรณาการ integration teaching คืออไรมารู้จักกัน

ยังจำกันได้ไหมว่าในตอนเป็นเด็กเราถูกสอนในห้องเรียนแยกเป็นรายวิชา ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่เรียนคณิตศาสตร์อยู่ ทำไมถึงไม่ได้เรียนรู้หัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้องกันเลย อย่างหัวข้อที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เพราะทั้งสองวิชานี้มีความเชื่อมโยงกันในชีวิตจริง ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้มีผู้คิดวิธีการสอนรูปแบบใหม่ขึ้นมาคือ “หลักการสอนแบบบูรณาการ” เป็นการสอนแบบผสมผสานที่นักเรียนจะได้ประโยชน์จากการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ทั้งหมดเหล่านี้ในบทเรียนเดียวกันจะช่วยให้ประหยัดเวลาการเรียนได้อย่างมาก

การเรียนภาษาที่ 2

เรียนภาษาที่ 2 เพื่อสร้างทางเลือกในชีวิตใหเมากจึ้น

ด้วยโลกในปัจจุบันมีการเปิดดกว้างทางด้านการสื่อสาร การใช้ชีวิต และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ การสื่อสาร หรือแม้กระทั่งการเรียนก็ล้วนต้องใช้ภาษาที่2 รองลงมาจากภาษาไทยทั้งนั้น ดังนั้นภาษาที่2 จึงมีความสำคัญมาในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจที่จะใช้ภาษาที่2 นั้นเพราะว่ากลัวคำที่พูดออกมานั้นออกเสียงผิด กลัวที่จะเผชิญหน้าและสนทนากับฝรั่ง และอีกหลาก